การลดหย่อนภาษี 2567


รายการลดหย่อนภาษี 2567




1. สิทธิลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว

  • สิทธิลดหย่อนสำหรับผู้มีเงินได้: ลดหย่อนได้จำนวน 60,000 บาท ซึ่งเป็นสิทธิพื้นฐานที่ทุกคนได้รับ
  • สิทธิลดหย่อนสำหรับคู่สมรส: คู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายและไม่มีรายได้ สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้ 60,000 บาท หากคู่สมรสมีรายได้ สามารถเลือกยื่นภาษีแยกหรือรวมกันได้
  • สิทธิลดหย่อนสำหรับบุตรชอบด้วยกฎหมาย: ลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท สำหรับบุตรคนที่ 2 เป็นต้นไป ที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 สามารถลดหย่อนได้เพิ่มอีกคนละ 30,000 บาท โดยบุตรต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี และมีอายุไม่เกิน 20 ปี หรือไม่เกิน 25 ปีหากยังศึกษาอยู่
  • สิทธิลดหย่อนสำหรับบุตรบุญธรรม: ลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 3 คน โดยบุตรบุญธรรมต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
  • ค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตร: ลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 60,000 บาทต่อการตั้งครรภ์
  • สิทธิลดหย่อนสำหรับอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา: ลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท หากบิดามารดามีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปและมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี โดยสูงสุด 4 คนสำหรับบิดามารดาของคู่สมรสรวมด้วย
  • สิทธิลดหย่อนสำหรับเบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา: ลดหย่อนได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท รวมทั้งบิดาและมารดา
  • สิทธิลดหย่อนสำหรับเบี้ยประกันชีวิตและประกันชีวิตแบบบำนาญของคู่สมรส: หากคู่สมรสไม่มีรายได้ สามารถนำเบี้ยประกันของคู่สมรสมาลดหย่อนได้สูงสุด 10,000 บาท
  • สิทธิลดหย่อนสำหรับอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ: ลดหย่อนได้ 60,000 บาท หากคนพิการหรือทุพพลภาพมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี และมีบัตรประจำตัวผู้พิการ

2. สิทธิลดหย่อนจากการออม การลงทุน และประกันชีวิต

  • เงินสมทบกองทุนประกันสังคม: มาตรา 33 ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 9,000 บาท มาตรา 39 ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 5,184 บาท มาตรา 40 ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง (ทางเลือกที่ 1 ไม่เกิน 840 บาท, ทางเลือกที่ 2 ไม่เกิน 1,200 บาท, ทางเลือกที่ 3 ไม่เกิน 3,600 บาท)
  • เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD), กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.), หรือกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน: ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15% ของรายได้ เฉพาะกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของรายได้ และเมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
  • เงินสะสมกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.): ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท และเมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
  • เบี้ยประกันชีวิตและเบี้ยประกันแบบสะสมทรัพย์: ลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
  • เบี้ยประกันสุขภาพ: ลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตและเบี้ยประกันแบบสะสมทรัพย์แล้ว ต้องไม่เกิน 100,000 บาท
  • เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ: ลดหย่อนได้ตามจริง สูงสุด 15% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
  • เงินลงทุนธุรกิจวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise): ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
  • ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF): ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ และต้องไม่เกิน 500,000 บาท
  • ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF): ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ และสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
  • ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG): ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ และสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

3. สิทธิลดหย่อนจากมาตรการรัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

  • ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารที่อยู่อาศัย: ลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
  • โครงการ Easy e-Receipt: ลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงรวม VAT แต่ไม่เกิน 50,000 บาท สำหรับการซื้อสินค้าหรือบริการในประเทศระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2567 ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2567

4. เงินบริจาค

  • เงินบริจาคทั่วไป: ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
  • เงินบริจาคลดหย่อนได้ 2 เท่า: เงินบริจาคให้สถานศึกษา กีฬา สถานพยาบาลของรัฐ และเงินบริจาคพิเศษผ่าน e-Donation ลดหย่อนได้ 2 เท่าของจำนวนเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
  • เงินบริจาคพรรคการเมือง: ลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท โดยต้องมีเอกสารแสดงถึงการบริจาค